L-Threonine เกรดต่างๆ ที่มีจำหน่ายในตลาดแบ่งตามการใช้งานหลักสามกลุ่ม ได้แก่ เกรดอาหารสัตว์ (Feed Grade) เกรดอาหาร (Food Grade ตามมาตรฐาน FCC) และเกรดเภสัชกรรม (Pharmaceutical Grade ตามมาตรฐาน USP/EP) โดยความแตกต่างหลักอยู่ที่ระดับความบริสุทธิ์ ปริมาณโลหะหนักที่ยอมรับได้ และเอกสารรับรองที่แนบมาพร้อมล็อตสินค้า

L-Threonine เกรดต่างๆ คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร

L-Threonine (CAS 72-19-5) เป็นกรดอะมิโนจำเป็นชนิดหนึ่งที่ร่างกายมนุษย์และสัตว์ไม่สามารถสังเคราะห์ได้เอง จึงต้องได้รับจากอาหารหรือวัตถุดิบเสริม ในทางอุตสาหกรรมผลิตโดยกระบวนการหมัก (fermentation) จากแหล่งคาร์บอนเช่นกากน้ำตาลหรือแป้งข้าวโพด ลักษณะทางกายภาพเป็นผงผลึกสีขาวถึงขาวขุ่น ไม่มีกลิ่น ละลายได้ดีในน้ำ และมีรสหวานอมขมเล็กน้อยตามลักษณะของกรดอะมิโนทั่วไป การแบ่งเกรดของ L-Threonine เกรดต่างๆ ในตลาดสอดคล้องกับอุตสาหกรรมปลายทาง ซึ่งกำหนดระดับความบริสุทธิ์ การควบคุมสิ่งเจือปน และเอกสารกำกับที่ต่างกันอย่างชัดเจน

เกรดมาตรฐานอ้างอิงความบริสุทธิ์โดยทั่วไปรูปแบบ/บรรจุภัณฑ์
Feed Gradeข้อกำหนดเฉพาะของผู้ผลิต (มักอิงมาตรฐานอาหารสัตว์ระดับสากล)≥98.5%ผง บรรจุถุง PP/PE 25 กก.
Food GradeFCC (Food Chemicals Codex)≥98.5–99.0%ผง บรรจุถุง PP/PE 25 กก.
Pharmaceutical GradeUSP / EP≥99.0%ผง บรรจุถุงชั้นในฟอยล์ + ถุงนอก 25 กก.

คุณสมบัติทางเคมีที่ส่งผลต่อการผสมสูตร

L-Threonine ละลายในน้ำได้ดีในช่วงอุณหภูมิห้อง และมีความเสถียรทางความร้อนในสภาวะแห้งค่อนข้างสูง แต่เมื่ออยู่ในสารละลายที่มีน้ำตาลรีดิวซ์ (reducing sugar) ร่วมด้วย อาจเกิดปฏิกิริยา Maillard ได้หากผ่านความร้อนสูงเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทีมพัฒนาสูตรต้องพิจารณาในกระบวนการอบแห้งหรือการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน ค่า pH ของสารละลาย L-Threonine ในน้ำอยู่ในช่วงกลาง (ประมาณ pH 5.0–6.5 ที่ความเข้มข้น 1% w/v) ทำให้เข้ากันได้ดีกับวัตถุดิบส่วนใหญ่ในสูตรอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโดยไม่จำเป็นต้องปรับ pH เพิ่มเติมในระบบส่วนใหญ่

การใช้งานตามอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เป็นตลาดหลักของ L-Threonine โดยใช้เป็นกรดอะมิโนเสริมในสูตรอาหารสัตว์ปีกและสุกร เพื่อปรับสมดุลของกรดอะมิโนให้สอดคล้องกับความต้องการทางโภชนาการของสัตว์แต่ละช่วงวัย ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์โภชนาการเฉพาะทางและอาหารทางการแพทย์ ส่วนอุตสาหกรรมเภสัชกรรมใช้ในสารละลายสำหรับให้ทางหลอดเลือด (parenteral nutrition) ซึ่งต้องใช้เกรด USP/EP ที่ควบคุมสิ่งเจือปนอย่างเข้มงวด

การจัดเก็บและการจัดการ

L-Threonine ในรูปผงควรจัดเก็บในพื้นที่แห้ง อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงความชื้นสัมพัทธ์สูงเนื่องจากมีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ในระดับปานกลาง บรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิทช่วยรักษาคุณภาพของสินค้าได้ตลอดอายุการเก็บที่ระบุในสเปคชีท เมื่อเปิดใช้งานแล้วควรปิดถุงให้สนิททุกครั้งและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับความร้อนหรือแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน

เอกสารประกันคุณภาพที่ควรขอจากผู้จำหน่าย

ผู้จัดซื้อควรขอเอกสารรับรองผลวิเคราะห์ (Certificate of Analysis หรือ COA) ที่ระบุค่าความบริสุทธิ์ โลหะหนัก และปริมาณจุลินทรีย์ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสเปคชีท (Specification Sheet) และข้อมูลการสืบย้อนล็อตสินค้า (lot traceability) เพื่อรองรับการตรวจสอบภายในและการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศ

คำถามที่พบบ่อย

L-Threonine เกรดต่างๆ ต่างกันอย่างไรระหว่างเกรดอาหารสัตว์กับเกรดอาหาร

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระดับความบริสุทธิ์ ข้อกำหนดด้านสิ่งเจือปน และมาตรฐานอ้างอิง โดยเกรดอาหารสัตว์เน้นข้อกำหนดของผู้ผลิตตามการใช้งานในสูตรอาหารสัตว์ ส่วนเกรดอาหารอ้างอิงมาตรฐาน FCC ซึ่งควบคุมสิ่งเจือปนเข้มงวดกว่า

L-Threonine ละลายในน้ำได้ดีหรือไม่

ละลายได้ดีในน้ำที่อุณหภูมิห้อง เหมาะสำหรับการผสมในระบบของเหลวและระบบแห้งทั่วไป

ควรจัดเก็บ L-Threonine อย่างไรให้คงคุณภาพ

จัดเก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงความชื้นสูง และปิดบรรจุภัณฑ์ให้สนิทหลังเปิดใช้งานทุกครั้ง

DIC สนับสนุนการจัดหา L-Threonine อย่างไร

DIC จัดเก็บ L-Threonine ในคลังสินค้าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมตัวเลือกเกรดตามการใช้งาน ตั้งแต่เกรดอาหารสัตว์ไปจนถึงเกรดเภสัชกรรมที่จัดเก็บในพื้นที่คลังมาตรฐานสำหรับสินค้าที่มีความไวสูง รองรับการบริหารสต๊อกร่วมกับลูกค้าผ่านระบบ VMI เพื่อความต่อเนื่องในการผลิต

ติดต่อทีมเทคนิค DIC →

บทความนี้มีให้อ่านใน English · Tiếng Việt English →Tiếng Việt →
แหล่งที่มา: ทีมเทคนิค DIC