L-Lysine Mono HCl เกรดและมาตรฐาน ที่พบในตลาดหลัก ๆ แบ่งเป็นสามกลุ่มคือ เกรดอาหารสัตว์ความเข้มข้นสูง (98.5% ขึ้นไป) เกรดอาหารสัตว์แบบเจือจาง (ประมาณ 65% ผสมสารพา) และเกรดอาหาร/เภสัชกรรมที่อ้างอิงเอกสารกำกับคุณภาพ เช่น USP และ Food Chemicals Codex (FCC) การเลือกเกรดขึ้นอยู่กับชนิดสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ปลายทาง และระดับความบริสุทธิ์ที่กระบวนการผลิตต้องการ

L-Lysine Mono HCl คืออะไร และเกรดและมาตรฐานที่ใช้กำหนดคุณภาพ

L-Lysine Monohydrochloride (CAS 657-27-2) เป็นเกลือไฮโดรคลอไรด์ของกรดอะมิโนจำเป็นแอล-ไลซีน ผลิตในเชิงอุตสาหกรรมผ่านกระบวนการหมัก (fermentation) จากวัตถุดิบคาร์โบไฮเดรต เช่น แป้งข้าวโพดหรือกากน้ำตาล โดยใช้จุลินทรีย์สายพันธุ์ที่คัดเลือกเฉพาะ เนื่องจากเป็นกรดอะมิโนที่มีศูนย์ไครัล (chiral center) เอกสารรับรองคุณภาพจึงมักระบุค่ามุมการหมุนแสงจำเพาะ (specific optical rotation) เพื่อยืนยันว่าเป็นรูปแอล-ไอโซเมอร์ตามที่ระบุ ไม่ปนรูป DL หรือ D-ไอโซเมอร์เกินเกณฑ์ที่กำหนด มาตรฐานหลักที่ใช้อ้างอิงสเปกทางการค้า ได้แก่ ข้อกำหนดเกรดอาหารสัตว์ตามแนวทาง AAFCO และมอนอกราฟ USP/NF และ FCC สำหรับเกรดอาหารและเภสัชกรรม

เกรดความเข้มข้นแอล-ไลซีนเอชซีแอลลักษณะการใช้งานหลัก
เกรดอาหารสัตว์ 98.5%≥98.5%ผลึกสีขาวถึงขาวนวล ละลายน้ำดีสูตรอาหารสุกร สัตว์ปีก สัตว์น้ำ
เกรดอาหารสัตว์ 65%ประมาณ 65% (ผสมสารพา)เม็ดหรือผงเกรนูล ไหลตัวดีโรงงานผสมอาหารสัตว์ที่ต้องการลดฝุ่นและควบคุมโดสง่าย
เกรดอาหาร/เภสัชกรรม (USP/FCC)≥98.5% ตามมอนอกราฟผลึกละเอียด บริสุทธิ์สูงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวัตถุดิบยา (ใช้เป็นสารตั้งต้นตามข้อกำหนดคุณภาพ ไม่ใช่การกล่าวอ้างสรรพคุณ)

รูปแบบทางกายภาพและการบรรจุ

L-Lysine Mono HCl อยู่ในรูปผงผลึกสีขาวถึงขาวนวล มีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ในระดับหนึ่ง (hygroscopic) และละลายน้ำได้ดีมาก บรรจุภัณฑ์มาตรฐานสำหรับเกรดอาหารสัตว์คือถุงกระดาษหลายชั้นบุด้วยฟิล์ม PE ขนาด 25 กิโลกรัม หรือถุงจัมโบ้แบบ FIBC ขนาด 500-1,000 กิโลกรัมสำหรับผู้ใช้งานปริมาณมาก ส่วนเกรดอาหารหรือเภสัชกรรมมักบรรจุในถุงหรือดรัมขนาดเล็กกว่าเพื่อควบคุมสภาวะการเก็บรักษาให้เข้มงวดขึ้น

การใช้งานหลักในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และอาหาร

การใช้งานที่พบมากที่สุดคือในสูตรอาหารสัตว์ โดยแอล-ไลซีนทำหน้าที่เป็นกรดอะมิโนจำกัด (limiting amino acid) ที่ช่วยปรับสมดุลโปรตีนในสูตรอาหารสุกร สัตว์ปีก และสัตว์น้ำ ให้สอดคล้องกับความต้องการทางโภชนาการของสัตว์แต่ละชนิด นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อเสริมกรดอะมิโนในผลิตภัณฑ์จากธัญพืชหรือโปรตีนพืชที่มีไลซีนต่ำโดยธรรมชาติ และใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและอุตสาหกรรมยา โดยในทุกกรณีบทบาทของสารนี้คือการทำหน้าที่ทางโภชนาการหรือทางเคมีของสูตร ไม่ใช่การรักษาหรือป้องกันโรคใด ๆ

การแปรรูป การจัดเก็บ และเอกสาร QA ที่ควรร้องขอ

ในกระบวนการผลิตอาหารสัตว์แบบอัดเม็ด (pelleting) หรือเอ็กซ์ทรูชัน (extrusion) ที่ใช้ความร้อนสูงร่วมกับน้ำตาลรีดิวซ์ ควรพิจารณาปฏิกิริยา Maillard ซึ่งอาจลดปริมาณไลซีนที่ใช้ประโยชน์ได้ในผลิตภัณฑ์สุดท้าย จึงควรควบคุมอุณหภูมิและระยะเวลาการให้ความร้อนให้เหมาะสม ด้านการจัดเก็บ ควรเก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงความชื้นสัมพัทธ์สูงและแสงแดดโดยตรง เนื่องจากคุณสมบัติดูดความชื้นของวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ควรปิดสนิทหลังเปิดใช้งานทุกครั้ง

เอกสารที่ฝ่ายจัดซื้อและ QA ควรร้องขอจากผู้จำหน่ายทุกครั้ง ได้แก่ ใบรับรองผลวิเคราะห์ (Certificate of Analysis) ที่ระบุค่าการทดสอบปริมาณแอล-ไลซีนเอชซีแอล (assay) ค่ามุมการหมุนแสงจำเพาะ ค่าความชื้นหรือ loss on drying โลหะหนักและสารหนู รวมถึงผลตรวจจุลชีววิทยาสำหรับเกรดอาหารสัตว์และอาหาร เช่น Salmonella และ E. coli นอกจากนี้ควรมี Specification Sheet และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (lot traceability) ที่ระบุแหล่งผลิตและรุ่นการผลิตอย่างชัดเจน

FAQ

L-Lysine Mono HCl เกรดไหนเหมาะกับสูตรอาหารสัตว์น้ำ

โดยทั่วไปเกรดอาหารสัตว์ความเข้มข้น 98.5% เป็นที่นิยมในสูตรอาหารสัตว์น้ำ เนื่องจากช่วยควบคุมปริมาณการเติมในสูตรได้แม่นยำ ส่วนการเลือกเกรดที่แน่นอนควรพิจารณาจากข้อกำหนดของสูตรอาหารและมาตรฐานที่โรงงานอ้างอิง

เกรดอาหารสัตว์ 65% กับ 98.5% ต่างกันอย่างไร

เกรด 65% เป็นการผสมแอล-ไลซีนเอชซีแอลกับสารพาเพื่อให้ได้รูปเกรนูลที่ไหลตัวง่ายและลดฝุ่นในกระบวนการผสมอาหารสัตว์ ขณะที่เกรด 98.5% เป็นผลึกบริสุทธิ์สูงที่ให้ความยืดหยุ่นในการคำนวณสูตรมากกว่า

ต้องขอเอกสารอะไรบ้างก่อนสั่งซื้อ L-Lysine Mono HCl

ควรร้องขอ Certificate of Analysis, Specification Sheet และข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับของล็อตการผลิต รวมถึงผลตรวจจุลชีววิทยาและโลหะหนักตามข้อกำหนดของอุตสาหกรรมปลายทาง

DIC สนับสนุนการจัดหา L-Lysine Mono HCl อย่างไร

DIC จัดเก็บ L-Lysine Mono HCl หลายเกรดไว้ในคลังสินค้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมทั้งเกรดอาหารสัตว์ความเข้มข้นสูงและเกรดเจือจาง พร้อมพื้นที่จัดเก็บแบบควบคุมสภาวะสำหรับเกรดที่มีความอ่อนไหวต่อความชื้นและอุณหภูมิ ทีมเทคนิคให้คำแนะนำด้านการเลือกเกรดให้เหมาะกับสูตรและกระบวนการผลิตของลูกค้า และรองรับรูปแบบการบริหารสต๊อกร่วมกัน (VMI) สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการวางแผนวัตถุดิบระยะยาว

ติดต่อทีมเทคนิค DIC →

บทความนี้มีให้อ่านใน English · Tiếng Việt English →Tiếng Việt →
แหล่งที่มา: ทีมเทคนิค DIC