เกรดกรดแลคติก (Lactic Acid) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารแบ่งหลักออกเป็นสามกลุ่มคือ เกรดอาหาร (Food Grade) ที่อ้างอิงมาตรฐาน FCC และมักขึ้นทะเบียนเป็นสารเติมแต่งอาหาร E270 เกรดเภสัชกรรม (Pharmaceutical Grade) ที่ผลิตตามมาตรฐาน USP/EP และเกรดอุตสาหกรรม (Technical Grade) ที่ใช้ในงานที่ไม่สัมผัสกับร่างกายมนุษย์โดยตรง เช่น การฟอกหนังหรือการทำความสะอาดในโรงงาน การเลือกเกรดกรดแลคติกที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับข้อกำหนดด้านความบริสุทธิ์ ความเข้มข้น และเอกสารรับรองที่ผู้ซื้อในแต่ละอุตสาหกรรมต้องการ
เกรดกรดแลคติกและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
กรดแลคติกที่จำหน่ายในเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่อยู่ในรูปสารละลายในน้ำ โดยความเข้มข้นที่พบทั่วไปคือ 80% และ 88% w/w สำหรับเกรดอาหารและเภสัชกรรม ขณะที่เกรดอุตสาหกรรมอาจมีความเข้มข้นหลากหลายกว่าตามการใช้งานปลายทาง กรดแลคติกสามารถผลิตได้ทั้งจากกระบวนการหมัก (fermentation-derived) ซึ่งได้ L-lactic acid เป็นหลัก และจากการสังเคราะห์ทางเคมี ซึ่งได้ทั้งสองไอโซเมอร์ผสมกัน ผู้ซื้อในอุตสาหกรรมอาหารและยาควรระบุความต้องการไอโซเมอร์ (L(+) หรือ DL) ให้ชัดเจนในสเปกสั่งซื้อ เนื่องจากส่งผลต่อคุณสมบัติทางเคมีและการยอมรับตามมาตรฐานบางประเภท
| เกรด | มาตรฐานอ้างอิง | ความเข้มข้นทั่วไป | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|---|
| Food Grade | FCC, E270 | 80%, 88% w/w | สารปรับความเป็นกรด สารกันเสียในอาหาร |
| Pharmaceutical Grade | USP/EP | 80%, 88% w/w | ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ยาและเวชสำอาง |
| Technical Grade | ไม่มีมาตรฐานอาหารบังคับ | แปรผันตามผู้ผลิต | ฟอกหนัง สิ่งทอ งานทำความสะอาดอุตสาหกรรม |
รูปแบบทางกายภาพและการบรรจุภัณฑ์
กรดแลคติกเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของเหลวใสไม่มีสี ถึงเหลืองอ่อน มีความหนืดสูงกว่าน้ำเล็กน้อย บรรจุภัณฑ์ทั่วไปได้แก่ ถังพลาสติกหรือถังเหล็กขนาด 200-220 กิโลกรัม และ IBC ขนาด 1,000 ลิตรสำหรับการสั่งซื้อปริมาณมาก กรดแลคติกชนิดผงหรือเกล็ด (lactic acid powder) ก็มีจำหน่ายในบางกรณี โดยมักบรรจุในถุง PE ชั้นในและถุงกระดาษหรือ PP ชั้นนอกขนาด 25 กิโลกรัม เพื่อป้องกันความชื้นระหว่างการขนส่งและจัดเก็บ
การใช้งานตามอุตสาหกรรม
ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กรดแลคติกทำหน้าที่เป็นสารปรับความเป็นกรด (acidulant) และช่วยควบคุมค่า pH ในผลิตภัณฑ์ เช่น เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์นม และอาหารหมัก ในอุตสาหกรรมยาและเวชสำอาง กรดแลคติกใช้เป็นสารปรับ pH และสารตั้งต้นในกระบวนการผลิตบางประเภท ส่วนในอุตสาหกรรมทั่วไป กรดแลคติกใช้ในกระบวนการฟอกหนัง สิ่งทอ และเป็นสารทำความสะอาดที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ การเลือกเกรดกรดแลคติกให้ตรงกับอุตสาหกรรมปลายทางช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพและการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ข้อควรพิจารณาด้านการผสมสูตรและกระบวนการผลิต
กรดแลคติกละลายได้ดีในน้ำและตัวทำละลายมีขั้วอื่นๆ มีค่า pKa ประมาณ 3.86 ทำให้เหมาะสำหรับการปรับ pH ในช่วงกรดอ่อนถึงกรดปานกลาง กรดแลคติกมีความคงตัวทางความร้อนที่ดีในสภาวะกระบวนการผลิตทั่วไป แต่ที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานานอาจเกิดปฏิกิริยา self-esterification กลายเป็น lactide หรือ oligomer ได้บางส่วน ผู้ผลิตควรทดสอบความเข้ากันได้ของกรดแลคติกกับส่วนผสมอื่นในสูตรก่อนขยายกำลังการผลิต โดยเฉพาะในระบบที่มีโลหะไอออนหรือสารที่ไวต่อ pH ต่ำ
การจัดเก็บและเอกสารประกอบการสั่งซื้อ
กรดแลคติกควรจัดเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท ในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและอุณหภูมิสูงต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนระดับหนึ่ง ภาชนะบรรจุและอุปกรณ์ที่สัมผัสควรเป็นวัสดุที่ทนกรด เช่น สแตนเลสเกรดที่เหมาะสมหรือพลาสติกที่ทนทาน สำหรับการสั่งซื้อ ผู้ซื้อควรขอเอกสารประกอบครบถ้วน ได้แก่ Certificate of Analysis (COA) ที่ระบุความเข้มข้น ค่า pH สี และสิ่งเจือปน, Specification Sheet ของแต่ละเกรด และข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับ (lot traceability) โดยเฉพาะสำหรับเกรดอาหารและเภสัชกรรมที่ต้องมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
คำถามที่พบบ่อย
เกรดกรดแลคติกแบบไหนที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร
อุตสาหกรรมอาหารส่วนใหญ่ใช้เกรดอาหาร (Food Grade) ที่อ้างอิงมาตรฐาน FCC และขึ้นทะเบียนเป็นสารเติมแต่งอาหาร E270 โดยมักอยู่ในรูปสารละลายความเข้มข้น 80% หรือ 88%
กรดแลคติกเกรดอาหารกับเกรดเภสัชกรรมต่างกันอย่างไร
ทั้งสองเกรดมีความเข้มข้นใกล้เคียงกัน แต่เกรดเภสัชกรรมผลิตตามมาตรฐาน USP/EP ซึ่งมีข้อกำหนดด้านความบริสุทธิ์และเอกสารควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดกว่า
ควรจัดเก็บกรดแลคติกอย่างไรให้ปลอดภัย
ควรเก็บในภาชนะปิดสนิทที่ทนกรด ในพื้นที่ระบายอากาศดี หลีกเลี่ยงความร้อนสูงต่อเนื่องและแสงแดดโดยตรง เพื่อรักษาความเสถียรของสารและป้องกันการกัดกร่อนภาชนะบรรจุ
DIC สนับสนุนเรื่องนี้อย่างไร
DIC จัดสต็อกกรดแลคติก (Lactic Acid) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมตัวเลือกเกรดอาหาร เภสัชกรรม และอุตสาหกรรมให้เลือกตามความต้องการของสูตรผลิตภัณฑ์ สำหรับเกรดที่มีความอ่อนไหวสูงเรามีคลังสินค้าที่รองรับมาตรฐานเภสัชกรรม พร้อมระบบตรวจสอบย้อนกลับตามล็อตการผลิต และสามารถจัดทำแผน VMI (Vendor Managed Inventory) เพื่อรองรับความต่อเนื่องของสายการผลิตลูกค้า