เกรดกรดทาร์ทาริกที่ใช้กันทั่วไปแบ่งหลักๆ เป็นสามกลุ่มคือเกรดอาหาร (Food Grade ตามมาตรฐาน FCC และ E334) เกรดเภสัชกรรม (USP/EP) และเกรดเทคนิค (Technical Grade) ซึ่งต่างกันที่ระดับความบริสุทธิ์ ข้อกำหนดด้านโลหะหนักและสิ่งปนเปื้อน รวมถึงเอกสารรับรองที่ผู้ผลิตต้องยื่นประกอบการใช้งาน การเลือกเกรดที่ถูกต้องจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนนำกรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) เข้าสู่กระบวนการผลิตจริง
เกรดกรดทาร์ทาริกและมาตรฐานคุณภาพ
กรดทาร์ทาริกเป็นกรดอินทรีย์ไดโปรติก สูตรโมเลกุล C4H6O6 น้ำหนักโมเลกุลประมาณ 150.09 พบตามธรรมชาติในองุ่นและเป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมไวน์ในรูปโพแทสเซียมไบทาร์เทรต (argol) รูปแบบที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่คือไอโซเมอร์ L-(+)-Tartaric Acid ซึ่งมีเลขทะเบียน CAS 87-69-4 ส่วนรูปแบบสังเคราะห์ DL-Tartaric Acid มี CAS 133-37-9 แยกต่างหาก ผู้ซื้อควรตรวจสอบว่า CAS ที่ระบุในใบรับรองวิเคราะห์ (COA) ตรงกับไอโซเมอร์ที่ต้องการใช้งานจริง เพราะมีผลต่อค่า optical rotation และความเหมาะสมกับสูตรตำรับ ในแง่มาตรฐาน กรดทาร์ทาริกเกรดอาหารมักอ้างอิง Food Chemicals Codex (FCC) และขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุเจือปนอาหาร E334 ตามระบบ E-number ของสหภาพยุโรป ขณะที่เกรดเภสัชกรรมมีมอโนกราฟใน USP/NF และ European Pharmacopoeia (EP) กำหนดสเปกด้านความบริสุทธิ์ โลหะหนัก และปริมาณสารตกค้างที่เข้มงวดกว่าเกรดอาหาร ส่วนเกรดเทคนิคเหมาะกับงานอุตสาหกรรมที่ไม่สัมผัสกับร่างกายมนุษย์โดยตรง เช่น งานก่อสร้างหรืองานชุบโลหะ
| เกรด | มาตรฐานอ้างอิง | ความบริสุทธิ์โดยทั่วไป | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|---|
| Food Grade | FCC, E334 | ≥99.5% | อาหาร เครื่องดื่ม ผงฟู |
| Pharmaceutical Grade | USP/NF, EP | ≥99.7% พร้อมสเปกโลหะหนักเข้มงวด | ยาเม็ดฟู่ สารช่วยในตำรับยา |
| Technical Grade | สเปกภายในผู้ผลิต | ≥98% | งานก่อสร้าง ชุบโลหะ งานอุตสาหกรรมทั่วไป |
รูปแบบทางกายภาพและการบรรจุ
กรดทาร์ทาริกเชิงพาณิชย์อยู่ในรูปผลึกสีขาว ไม่มีกลิ่น มีจุดหลอมเหลวประมาณ 168-170 องศาเซลเซียส วางจำหน่ายทั้งแบบผงละเอียด (fine powder) และแบบเกล็ดผลึก (granular) ขึ้นอยู่กับความต้องการด้านอัตราการละลายของผู้ใช้งาน บรรจุภัณฑ์มาตรฐานคือถุง PP/PE ชั้นในเคลือบกันความชื้น ขนาด 25 กิโลกรัม และสำหรับผู้ใช้งานปริมาณมากมักมีตัวเลือกบรรจุแบบถุงจัมโบ้ (jumbo bag) น้ำหนักประมาณ 500-1,000 กิโลกรัมเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และการจัดการ
การใช้งานในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เภสัชกรรม และอุตสาหกรรมอื่น
ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม กรดทาร์ทาริกทำหน้าที่เป็นสารปรับความเป็นกรด (acidulant) ให้รสเปรี้ยวที่คมและนุ่มนวลกว่ากรดซิตริกในบางสูตร นิยมใช้ในไวน์เพื่อควบคุมค่าความเป็นกรด ใช้ในผงฟู (baking powder) ร่วมกับโซเดียมไบคาร์บอเนตเพื่อสร้างปฏิกิริยาปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และใช้ในลูกอม เยลลี่ และเครื่องดื่มผงสำเร็จรูป ในภาคเภสัชกรรม กรดทาร์ทาริกเป็นสารช่วยสำคัญในยาเม็ดฟู่ (effervescent tablet) เนื่องจากทำปฏิกิริยากับไบคาร์บอเนตได้รวดเร็วและควบคุมได้ดี นอกภาคอาหารและยา กรดทาร์ทาริกยังใช้เป็นสารหน่วงการก่อตัว (retarder) ในปูนปลาสเตอร์และยิปซัม และใช้ในกระบวนการชุบโลหะบางประเภทเนื่องจากคุณสมบัติจับโลหะ (chelating) ที่ดี
คุณสมบัติทางเคมีที่ควรพิจารณาในการแปรรูป
กรดทาร์ทาริกละลายน้ำได้ดีมาก มากกว่า 100 กรัมต่อน้ำ 100 มิลลิลิตรที่อุณหภูมิห้อง เป็นกรดไดโปรติกที่มีค่า pKa1 ประมาณ 2.98 และ pKa2 ประมาณ 4.34 ทำให้สามารถใช้ปรับและควบคุมค่า pH ของระบบได้ในช่วงกว้าง มีความเสถียรต่อความร้อนในกระบวนการผลิตทั่วไป แต่ในสภาวะที่มีความชื้นสูงร่วมกับด่าง เช่น โซเดียมไบคาร์บอเนตในสูตรผงฟู ควรควบคุมความชื้นของระบบให้ต่ำเพื่อป้องกันปฏิกิริยาก่อนเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้กรดทาร์ทาริกมีคุณสมบัติคีเลตไอออนโลหะบางชนิดได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ในงานชุบโลหะแต่ต้องพิจารณาความเข้ากันได้กับส่วนผสมอื่นในสูตรอาหารและยา
การจัดเก็บ การจัดการ และเอกสาร QA ที่ควรขอ
ควรจัดเก็บกรดทาร์ทาริกในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงความชื้นสะสมเนื่องจากวัสดุมีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ในระดับหนึ่ง ควรปิดถุงให้สนิทหลังเปิดใช้งานเพื่อรักษาคุณภาพผลึกและป้องกันการจับตัวเป็นก้อน เนื่องจากเป็นกรด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับภาชนะโลหะที่ไม่ทนการกัดกร่อนเป็นเวลานาน ในด้านเอกสาร ผู้ซื้อควรขอใบรับรองผลวิเคราะห์ (Certificate of Analysis) ที่ระบุค่าความบริสุทธิ์ จุดหลอมเหลว ค่า optical rotation สำหรับไอโซเมอร์ L-(+)- และผลตรวจโลหะหนัก พร้อมใบสเปกสินค้า (Specification Sheet) และข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับของล็อตการผลิต (lot traceability) เพื่อรองรับการตรวจสอบคุณภาพภายในและการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ปลายทาง
คำถามที่พบบ่อย
กรดทาร์ทาริกเกรดอาหารกับเกรดเภสัชกรรมต่างกันอย่างไร
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระดับความบริสุทธิ์และมาตรฐานอ้างอิง เกรดอาหารอ้างอิง FCC และขึ้นทะเบียน E334 ขณะที่เกรดเภสัชกรรมต้องผ่านมอโนกราฟ USP/NF หรือ EP ซึ่งกำหนดสเปกด้านโลหะหนักและสารตกค้างเข้มงวดกว่า
กรดทาร์ทาริกใช้ทำอะไรได้บ้างในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
ใช้เป็นสารปรับความเป็นกรดในไวน์และเครื่องดื่ม ใช้ในผงฟูร่วมกับโซเดียมไบคาร์บอเนต และใช้ในลูกอมหรือเยลลี่เพื่อปรับรสชาติให้มีความเปรี้ยวที่ชัดเจน
ควรเก็บรักษากรดทาร์ทาริกอย่างไรให้คงคุณภาพ
ควรเก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง ปิดบรรจุภัณฑ์ให้สนิทหลังเปิดใช้งาน และหลีกเลี่ยงความชื้นสะสมเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนของผลึก
DIC สนับสนุนการจัดหากรดทาร์ทาริกอย่างไร
DIC จัดเก็บกรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) ในภูมิภาคพร้อมตัวเลือกหลายเกรดตั้งแต่ Food Grade จนถึง Pharmaceutical Grade โดยเกรดที่มีความอ่อนไหวต่อคุณภาพจะจัดเก็บในคลังสินค้ามาตรฐานเภสัชกรรมเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของผลิตภัณฑ์ ทีมเทคนิคพร้อมให้คำแนะนำด้านเอกสาร COA และสเปกสินค้า รวมถึงรองรับรูปแบบการบริหารสต็อกแบบ VMI สำหรับลูกค้าที่ต้องการความต่อเนื่องของวัตถุดิบในสายการผลิต