เกรด Sodium Nitrate ที่ใช้งานจริงในอุตสาหกรรมแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลักตามความบริสุทธิ์และข้อกำหนด ได้แก่ เกรดอาหาร (Food Grade ตามมาตรฐาน FCC และหมายเลขวัตถุเจือปนอาหาร E251) เกรดเทคนิค (Technical Grade) สำหรับงานอุตสาหกรรมทั่วไป และเกรดปุ๋ย (Fertilizer Grade) สำหรับให้ธาตุไนโตรเจนแก่พืช การเลือกเกรดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับข้อกำหนดความบริสุทธิ์ ปริมาณโลหะหนักที่ยอมรับได้ และมาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละอุตสาหกรรมกำหนดไว้

Sodium Nitrate คืออะไรและมีคุณสมบัติอย่างไร

Sodium Nitrate (โซเดียมไนเตรต, สูตรเคมี NaNO3, CAS 7631-99-6) เป็นเกลืออนินทรีย์ในรูปผลึกหรือผงสีขาว ละลายน้ำได้ดีมาก และมีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศ (hygroscopic) จึงต้องควบคุมสภาวะการจัดเก็บให้แห้งอยู่เสมอ ในทางเคมี Sodium Nitrate เป็นสารออกซิไดซ์ (oxidizing agent) ที่สลายตัวปลดปล่อยออกซิเจนเมื่อได้รับความร้อนสูง จึงต้องแยกเก็บห่างจากวัสดุที่ติดไฟง่ายหรือสารรีดิวซ์ สารละลาย Sodium Nitrate ในน้ำมีค่า pH ใกล้เป็นกลางถึงด่างอ่อน ไม่กัดกร่อนโลหะทั่วไปรุนแรงในสภาวะปกติ

เกรด Sodium Nitrate และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ตารางด้านล่างเปรียบเทียบเกรด Sodium Nitrate ที่พบได้ทั่วไปในตลาด ซึ่งผู้จัดซื้อควรระบุเกรดให้ชัดเจนในใบสั่งซื้อเพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ปลายทาง

เกรดมาตรฐาน/ข้อกำหนดทั่วไปความบริสุทธิ์โดยทั่วไปรูปแบบ/บรรจุภัณฑ์ทั่วไป
Food GradeFCC, E251 (วัตถุเจือปนอาหาร)ประมาณ 99% ขึ้นไปผง/เกล็ด บรรจุถุง PP/PE 25 กก.
Technical Gradeสเปกตามผู้ผลิตแต่ละรายประมาณ 98-99%ผง/เกล็ด บรรจุถุง 25 กก. หรือถุงบิ๊กแบ็ก 500-1,000 กก.
Fertilizer Gradeข้อกำหนดด้านปุ๋ยของแต่ละประเทศประมาณ 98% ขึ้นไปเกล็ด/เม็ด บรรจุถุงบิ๊กแบ็ก

การใช้งานหลักตามอุตสาหกรรม

ในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป Sodium Nitrate เกรด Food Grade ทำหน้าที่เป็นสารคงสภาพสีและควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดในผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอกและเบคอน โดยมักใช้ร่วมกับโซเดียมไนไตรต์ตามสูตรที่กำหนดในมาตรฐานอาหารแต่ละประเทศ ในภาคเกษตร Sodium Nitrate เป็นแหล่งไนโตรเจนในรูปที่พืชดูดซึมได้รวดเร็ว จึงใช้เป็นวัตถุดิบในปุ๋ยสูตรต่างๆ ส่วนในภาคอุตสาหกรรม Sodium Nitrate ใช้ในกระบวนการผลิตแก้วเพื่อปรับสมบัติทางแสงและความใส ใช้เป็นส่วนผสมในเกลือหลอม (molten salt) สำหรับระบบกักเก็บความร้อนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และใช้ในกระบวนการบำบัดผิวโลหะบางประเภท

คุณสมบัติด้านการแปรรูปและการจัดเก็บ

Sodium Nitrate ละลายน้ำได้ดีในอุณหภูมิห้องและละลายเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้นำไปเตรียมสารละลายเข้มข้นในกระบวนการผลิตได้สะดวก เนื่องจากคุณสมบัติดูดความชื้น การจัดเก็บจึงต้องอยู่ในพื้นที่แห้ง อุณหภูมิไม่สูงเกินไป และปิดบรรจุภัณฑ์ให้สนิทหลังเปิดใช้งานเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อน เนื่องจากเป็นสารออกซิไดซ์ จึงควรแยกพื้นที่จัดเก็บออกจากสารไวไฟ สารรีดิวซ์ และวัสดุอินทรีย์ที่ติดไฟง่าย พร้อมติดป้ายเตือนตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยสารเคมีมาตรฐาน

เอกสารประกันคุณภาพที่ควรร้องขอ

ก่อนรับมอบวัตถุดิบ ผู้จัดซื้อควรร้องขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ (Certificate of Analysis หรือ COA) ที่ระบุความบริสุทธิ์ ปริมาณโลหะหนัก และค่าความชื้น พร้อม Specification Sheet ที่ระบุเกรดและมาตรฐานอ้างอิงอย่างชัดเจน สำหรับเกรดอาหารควรขอเอกสารยืนยันการปฏิบัติตามข้อกำหนด E251 หรือ FCC ตามที่ประกาศใช้ รวมถึงข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับของล็อตการผลิต (Lot Traceability) เพื่อรองรับการตรวจสอบคุณภาพภายในและการตรวจประเมินจากหน่วยงานกำกับดูแล

FAQ

เกรด Sodium Nitrate ที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารต่างจากเกรดอุตสาหกรรมทั่วไปอย่างไร

เกรดอาหารต้องมีความบริสุทธิ์สูงกว่าและมีข้อกำหนดเรื่องโลหะหนักและสิ่งปนเปื้อนที่เข้มงวดกว่า โดยทั่วไปอ้างอิงมาตรฐาน FCC และหมายเลขวัตถุเจือปนอาหาร E251 ขณะที่เกรดเทคนิคใช้สเปกตามข้อตกลงของผู้ผลิตแต่ละราย

Sodium Nitrate ต้องจัดเก็บอย่างไรเพื่อรักษาคุณภาพ

ควรเก็บในพื้นที่แห้ง อุณหภูมิไม่สูง ปิดบรรจุภัณฑ์ให้สนิทเนื่องจากสารดูดความชื้นได้ง่าย และแยกห่างจากสารไวไฟหรือวัสดุที่ติดไฟง่ายเพราะเป็นสารออกซิไดซ์

ควรขอเอกสารอะไรบ้างก่อนสั่งซื้อ Sodium Nitrate

ควรขอใบรับรองผลการวิเคราะห์ (COA) สเปกชีตของเกรดที่สั่งซื้อ และข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับของล็อตการผลิต เพื่อยืนยันว่าสินค้าตรงตามมาตรฐานที่ต้องการ

DIC สนับสนุนการจัดหา Sodium Nitrate อย่างไร

DIC จัดเก็บ Sodium Nitrate ในหลายเกรดเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าในภูมิภาค ตั้งแต่เกรดอาหารไปจนถึงเกรดเทคนิคและเกรดปุ๋ย พร้อมคลังสินค้าที่รองรับมาตรฐานการจัดเก็บสำหรับวัตถุดิบที่มีความอ่อนไหวต่อความชื้น และสามารถวางแผนบริหารสต็อกร่วมกับลูกค้า (VMI) เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่องตามแผนการผลิต

ติดต่อทีมเทคนิค DIC →

แหล่งที่มา: ทีมเทคนิค DIC