เกรด Potassium Sodium Tartrate ที่พบในตลาดแบ่งหลักออกเป็นสองกลุ่มคือเกรดอาหาร (Food Grade ตามมาตรฐาน FCC และรหัสวัตถุเจือปนอาหาร E337) สำหรับงานด้านอาหารและเครื่องดื่ม และเกรดเทคนิค (Technical Grade) สำหรับงานอุตสาหกรรม เช่น การชุบโลหะและการเคลือบกระจกเงา การเลือกเกรดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความบริสุทธิ์ ปริมาณโลหะหนักที่ยอมรับได้ และข้อกำหนดด้านเอกสารที่อุตสาหกรรมปลายทางต้องการ
Potassium Sodium Tartrate คืออะไร
Potassium Sodium Tartrate หรือที่รู้จักกันในชื่อ Rochelle Salt เป็นเกลือคู่ของกรดทาร์ทาริก (Tartaric Acid) ที่เกิดจากการรวมตัวของโพแทสเซียมและโซเดียมไอออน มีสูตรโมเลกุล KNaC4H4O6·4H2O และหมายเลข CAS 6381-59-5 ลักษณะทางกายภาพเป็นผลึกหรือผงสีขาว ละลายน้ำได้ดี มีรสเฝื่อนเล็กน้อย ในอุตสาหกรรมอาหารจัดอยู่ในกลุ่มอิมัลซิไฟเออร์และสารควบคุมความเป็นกรด-ด่าง ภายใต้รหัส E337 ส่วนในอุตสาหกรรมทั่วไป สารนี้มีบทบาทสำคัญในน้ำยา Fehling's Solution สำหรับการทดสอบน้ำตาลรีดิวซ์ และในกระบวนการชุบทองแดงไฟฟ้า (Copper Electroplating) เนื่องจากคุณสมบัติในการจับโลหะไอออน (Chelating Agent) ได้ดี
เกรด Potassium Sodium Tartrate และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
ผู้ซื้อควรระบุเกรดให้ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อ เนื่องจากข้อกำหนดด้านความบริสุทธิ์และโลหะหนักระหว่างเกรดอาหารและเกรดเทคนิคแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
| เกรด | มาตรฐานอ้างอิง | ความบริสุทธิ์โดยทั่วไป | การใช้งานหลัก |
|---|---|---|---|
| Food Grade | FCC, E337 | ≥99.0% | วัตถุเจือปนอาหาร เครื่องดื่ม ผงฟูชนิดพิเศษ |
| Technical Grade | ข้อกำหนดเฉพาะของผู้ผลิต (Manufacturer Spec) | ≥98.0% | น้ำยาชุบโลหะ การเคลือบกระจกเงา |
| Analytical/Reagent Grade | ACS Reagent Grade | ≥99.5% | น้ำยาเคมีวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ |
คุณสมบัติทางเคมีที่มีผลต่อการใช้งาน
Potassium Sodium Tartrate ละลายน้ำได้ดีในอุณหภูมิห้องและละลายเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น สารละลายมีค่า pH ใกล้เป็นกลางถึงด่างอ่อน (ประมาณ pH 6.5-8.0 ขึ้นกับความเข้มข้น) และมีความเสถียรทางความร้อนในระดับปานกลาง โดยทั่วไปผลึกเทตระไฮเดรตจะเริ่มสูญเสียน้ำผลึกเมื่อได้รับความร้อนสูงกว่าประมาณ 70-80°C คุณสมบัติการจับไอออนโลหะ (Chelation) ของสารนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ถูกเลือกใช้ในน้ำยาทดสอบทางเคมีและกระบวนการชุบโลหะ เนื่องจากช่วยรักษาความเสถียรของสารละลายในสภาวะที่มีไอออนโลหะอยู่ในระบบ ในงานอาหาร คุณสมบัติด้านการควบคุมความเป็นกรด-ด่างและการช่วยปรับโครงสร้างของผลิตภัณฑ์แป้งเป็นเหตุผลหลักในการใช้งาน
การจัดการ บรรจุภัณฑ์ และการเก็บรักษา
Potassium Sodium Tartrate เชิงพาณิชย์มักจัดส่งในรูปผงหรือผลึกบรรจุถุง PP/PE ขนาด 25 กิโลกรัม วางบนพาเลทหุ้มฟิล์มป้องกันความชื้น เนื่องจากสารมีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ในระดับหนึ่ง การจัดเก็บจึงควรอยู่ในพื้นที่แห้ง อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและความชื้นสัมพัทธ์สูง เพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนและการสูญเสียน้ำผลึกก่อนเวลาอันควร สำหรับเกรดอาหารควรแยกพื้นที่จัดเก็บออกจากสารเคมีเกรดเทคนิคอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามสาย (Cross-Contamination) ซึ่งเป็นข้อกำหนดพื้นฐานของระบบคุณภาพอาหาร
เอกสารประกันคุณภาพที่ควรร้องขอจากผู้จำหน่าย
ผู้จัดซื้อควรร้องขอ Certificate of Analysis (COA) ที่ระบุผลการทดสอบความบริสุทธิ์ ปริมาณโลหะหนัก และค่าความชื้นของแต่ละล็อตการผลิต พร้อมด้วย Specification Sheet ที่ระบุเกรดอย่างชัดเจน และข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับของล็อต (Lot Traceability) เพื่อรองรับการตรวจสอบภายในของระบบ QA โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหารอย่างเคร่งครัด การมีเอกสารครบถ้วนยังช่วยลดความเสี่ยงด้านการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลในขั้นตอนนำเข้าและกระจายสินค้า
คำถามที่พบบ่อย
เกรด Potassium Sodium Tartrate แบบไหนที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารได้
เกรดที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารคือ Food Grade ซึ่งอ้างอิงมาตรฐาน FCC และมีรหัสวัตถุเจือปนอาหาร E337 โดยทั่วไปมีความบริสุทธิ์ตั้งแต่ 99.0% ขึ้นไป
Potassium Sodium Tartrate ใช้ในกระบวนการชุบโลหะได้อย่างไร
ในกระบวนการชุบโลหะ สารนี้ทำหน้าที่เป็นสารจับไอออนโลหะ (Chelating Agent) ช่วยรักษาเสถียรภาพของสารละลายในอ่างชุบทองแดง ซึ่งเป็นการใช้งานเกรดเทคนิคที่แยกต่างหากจากเกรดอาหาร
ควรเก็บรักษา Potassium Sodium Tartrate อย่างไรเพื่อรักษาคุณภาพ
ควรเก็บในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง หลีกเลี่ยงความชื้นสูงและแสงแดดโดยตรง เนื่องจากสารมีคุณสมบัติดูดความชื้นและอาจสูญเสียน้ำผลึกหากสัมผัสความร้อนสูงเป็นเวลานาน
DIC สนับสนุนการจัดหา Potassium Sodium Tartrate อย่างไร
DIC จัดเก็บ Potassium Sodium Tartrate ในคลังสินค้าภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมตัวเลือกเกรดอาหารและเกรดเทคนิคให้เลือกตามความต้องการของสายการผลิต สำหรับลูกค้าที่ต้องการเกรดที่มีความอ่อนไหวสูงด้านคุณภาพ DIC มีพื้นที่คลังสินค้ามาตรฐานที่รองรับการจัดเก็บแยกประเภท พร้อมบริการจัดการสต็อกร่วมกับลูกค้า (VMI) เพื่อความต่อเนื่องของสายการผลิต