Middle East Tanker Attacks ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังผลักดันค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันและเคมีภัณฑ์ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งหลักที่ผู้นำเข้าเคมีภัณฑ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พึ่งพาอยู่ ตามรายงานล่าสุดของ Gibson ชิปโบรกเกอร์ ที่เผยแพร่ผ่าน Hellenic Shipping News ระบุว่าการโจมตีเรือในตะวันออกกลางเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และแนวโน้มยังคงต่อเนื่องในสัปดาห์นี้
ทำไม Middle East Tanker Attacks ถึงทวีความรุนแรงขึ้น
ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือเคมีที่แล่นผ่านเส้นทางใกล้ช่องแคบ Hormuz และบริเวณทะเลแดงตกเป็นเป้าโจมตีถี่ขึ้น Gibson ซึ่งติดตามสถิติเหตุการณ์รายสัปดาห์ระบุว่าความถี่ของการโจมตีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาสูงกว่าทุกช่วงเวลาที่เคยบันทึกมาตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น ผลที่ตามมาคือบริษัทประกันภัยปรับเพิ่มเบี้ยประกันความเสี่ยงสงคราม (war risk premium) สำหรับเรือที่ยังคงใช้เส้นทางนี้ และเจ้าของเรือบางรายเริ่มปฏิเสธไม่รับงานในพื้นที่เสี่ยง
กลไกที่ส่งผลต่อค่าระวางเรือและซัพพลายเคมีภัณฑ์
เมื่อเรือจำนวนหนึ่งหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านตะวันออกกลาง ปริมาณ tonnage ที่พร้อมให้บริการในตลาดก็ลดลง ขณะที่เรือที่เลือกอ้อมผ่านแหลม Cape of Good Hope ต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นราว 10-14 วัน ทำให้รอบการหมุนเวียนเรือ (vessel turnaround) ยาวขึ้น และซัพพลายเรือในตลาดตึงตัวกว่าเดิม ผลลัพธ์คือค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นทั้งในกลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกเคมีภัณฑ์ (chemical tanker) ที่ใช้เส้นทางเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากทั้งสองประเภทแข่งขันกันในตลาด tonnage เดียวกันเมื่อเกิดภาวะตึงตัว
ผลกระทบต่อผู้นำเข้าเคมีภัณฑ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม
- ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม: วัตถุดิบ food-grade จำนวนมากขนส่งผ่าน ISO-tank จากต้นทางที่ต้องผ่านเส้นทางเสี่ยง หาก lead time ยืดออก อาจกระทบตารางการผลิตที่วางแผนไว้ล่วงหน้า
- ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล: สารตั้งต้นเฉพาะทาง (specialty surfactant, emollient) ส่วนหนึ่งมาจากยุโรปหรือตะวันออกกลางผ่านเส้นทางเดียวกัน ความเสี่ยงด้านเวลาส่งมอบสูงขึ้นในช่วงนี้
- ผู้ผลิตยาและสารออกฤทธิ์: ความต่อเนื่องของซัพพลายสำคัญกว่าความเร็ว การมี buffer stock ในคลังแยกเฉพาะช่วยลดผลกระทบจากความล่าช้าที่ไม่คาดคิด
- ผู้ผลิตอิเล็กทรอนิกส์/เซมิคอนดักเตอร์: เคมีภัณฑ์เกรดความบริสุทธิ์สูงมักส่งแบบ just-in-time ความล่าช้าแม้เพียงไม่กี่วันอาจกระทบสายการผลิตที่มี tolerance ต่ำ
เปรียบเทียบเส้นทางและทางเลือกด้านโลจิสติกส์
| เส้นทาง/รูปแบบขนส่ง | ระยะเวลา | ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย | ผลกระทบต่อต้นทุนและความต่อเนื่อง |
|---|---|---|---|
| ผ่านช่องแคบ Hormuz / พื้นที่ขัดแย้ง (เส้นทางปกติ) | สั้นที่สุด | สูง - อยู่ในรัศมีการโจมตีที่รายงานถี่ขึ้น | war risk premium ปรับขึ้นตามความถี่ของเหตุการณ์ บางสายเรือปฏิเสธรับงาน |
| อ้อมผ่านแหลม Cape of Good Hope | ยาวขึ้นประมาณ 10-14 วัน | ต่ำกว่า - หลีกเลี่ยงพื้นที่ขัดแย้งโดยตรง | ต้นทุนเชื้อเพลิงและเวลาเดินเรือเพิ่มขึ้น กระทบ lead time ที่ผู้ซื้อต้องวางแผนล่วงหน้า |
| กระจายผ่านช่องทาง IBC drum แทนการพึ่ง ISO-tank อย่างเดียว | ขึ้นกับต้นทางและปริมาณ | กระจายความเสี่ยงได้บางส่วน ไม่ผูกกับผู้ให้บริการ ISO-tank รายเดียว | เพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหา แม้ปริมาณต่อรอบจะน้อยกว่า |
Checklist การติดตามและเตรียมรับมือสำหรับทีมจัดซื้อ
- ติดตามรายงานรายสัปดาห์จาก shipbroker ที่น่าเชื่อถือ เช่น Gibson เพื่อประเมินความถี่เหตุการณ์และแนวโน้มค่าระวาง
- สอบถามเบี้ยประกันความเสี่ยงสงคราม (war risk premium) จากผู้ให้บริการขนส่งที่ใช้อยู่ เพื่อประเมินผลกระทบต่อต้นทุนรวม
- ทบทวนสัดส่วนการพึ่งพา ISO-tank เพียงช่องทางเดียว และประเมินทางเลือก IBC drum สำหรับวัตถุดิบที่สามารถปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ได้
- เพิ่มระดับ buffer stock ผ่านโปรแกรม VMI สำหรับวัตถุดิบที่มี lead time ยาวจากต้นทางเสี่ยง
- ตรวจสอบเงื่อนไข force majeure ในสัญญาซื้อขายให้ครอบคลุมเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยทางทะเล
- พิจารณาคัดกรองซัพพลายเออร์ทางเลือกจากต้นทางอื่นที่ไม่ต้องผ่านเส้นทางเสี่ยง
FAQ
Middle East Tanker Attacks เกิดจากอะไร
เป็นผลจากความขัดแย้งในภูมิภาคที่ยืดเยื้อ ซึ่งทำให้เรือบรรทุกน้ำมันและเคมีภัณฑ์ที่แล่นผ่านเส้นทางใกล้ช่องแคบ Hormuz และทะเลแดงตกเป็นเป้าโจมตีบ่อยขึ้น ตามการติดตามของ Gibson shipbroker ที่รายงานผ่าน Hellenic Shipping News
ค่าระวางเรือเคมีภัณฑ์จะพุ่งขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ขึ้นอยู่กับความถี่ของเหตุการณ์และการตัดสินใจของเจ้าของเรือว่าจะยังคงใช้เส้นทางเดิมหรือหลีกเลี่ยง หากจำนวนเรือที่พร้อมให้บริการในเส้นทางเสี่ยงลดลงต่อเนื่อง ตลาด tonnage จะยังตึงตัวและกดดันค่าระวางต่อไปในระยะสั้น
ผู้นำเข้าเคมีภัณฑ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรทำอย่างไรตอนนี้
ควรเริ่มจากการประเมินว่าวัตถุดิบใดบ้างที่ขนส่งผ่านเส้นทางเสี่ยง ทบทวนระดับ buffer stock และเปิดทางเลือกบรรจุภัณฑ์หรือต้นทางสำรอง เพื่อลดผลกระทบหากเกิดความล่าช้าเพิ่มเติม
DIC รับมือความเสี่ยงนี้อย่างไร
ทีมงาน DIC ใช้ช่องทางขนส่งแบบ IBC drum ควบคู่กับ ISO-tank เพื่อไม่ผูกความเสี่ยงไว้กับเส้นทางหรือผู้ให้บริการรายเดียว ประกอบกับโปรแกรม VMI ที่ช่วยให้ลูกค้าคงระดับสต็อกบัฟเฟอร์ในประเทศ และคลังสินค้าเกรดเภสัชที่แยกพื้นที่จัดเก็บโดยเฉพาะ ช่วยรองรับความต่อเนื่องของวัตถุดิบในช่วงที่สถานการณ์การเดินเรือระหว่างประเทศผันผวน หากต้องการปรึกษาเรื่องแผนสำรองซัพพลายเชนสำหรับวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง ทีมงานยินดีพูดคุยผ่านฟอร์มติดต่อของเรา