Asia-US container rates ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา และยืนอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2022 สาเหตุหลักมาจากความแออัดของท่าเรือในเอเชียตะวันออก ซึ่งบริษัทวิเคราะห์ตลาดเดินเรือ Linerlytica รายงานว่ามีตู้คอนเทนเนอร์มากกว่า 4.3 ล้าน TEU กำลังรอเทียบท่าทั่วโลก สำหรับผู้นำเข้าเคมีภัณฑ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่คือสัญญาณว่าความล่าช้าด้าน logistics จะยังไม่คลี่คลายในระยะสั้น และควรถูกนำเข้าไปอยู่ในแผนบริหารสต๊อกทันที

ทำไม Asia-US Container Rates ถึงพุ่งขึ้น: กลไกเบื้องหลังความแออัด

ความแออัดของท่าเรือไม่ได้เกิดจากปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียว แต่เป็นผลสะสมจากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน:

ผลลัพธ์คือค่าระวางที่ปรับขึ้นตามอุปสงค์ต่อพื้นที่ระวางที่มีจำกัด นี่เป็นกลไกตลาดปกติของอุตสาหกรรมเดินเรือ แต่ระดับความแออัดในรอบนี้ถูกเทียบเคียงกับช่วงกลางปี 2022 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของวิกฤต supply chain โลกครั้งล่าสุด

ผลกระทบต่อผู้นำเข้าเคมีภัณฑ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรม

แม้ข่าวนี้จะพูดถึงเส้นทาง Asia-US โดยตรง แต่ความแออัดของท่าเรือต้นทางในเอเชียตะวันออกกระทบห่วงโซ่อุปทานทุกเส้นทางที่ใช้ท่าเรือเดียวกันเป็นจุดส่งออก รวมถึงเส้นทางเข้าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย:

เปรียบเทียบทางเลือกบริหารความเสี่ยงด้าน Logistics ช่วงท่าเรือแออัด

แนวทางข้อดีข้อจำกัด
รอ ISO tank ตามรอบปกติต้นทุนต่อหน่วยคุ้มค่าสำหรับปริมาณมากผูกกับคิวเรือและช่องจองที่จำกัดในตลาดผูกขาด เสี่ยงล่าช้าซ้อนกับความแออัดท่าเรือ
ปรับมาใช้ช่องทาง IBC drumยืดหยุ่นเรื่องปริมาณและตารางส่ง ไม่ผูกกับคิว ISO tankไม่เหมาะกับทุกเคมีภัณฑ์ ต้องพิจารณาความเข้ากันได้ของบรรจุภัณฑ์
เพิ่ม safety stock ผ่านโปรแกรม VMIลดผลกระทบจากความผันผวนของ lead time โดยตรงต้องมีพื้นที่คลังและวางแผนร่วมกับผู้จำหน่ายล่วงหน้า

เช็คลิสต์ติดตามสถานการณ์และวางแผนสำรอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Asia-US Container Rates และความแออัดท่าเรือ

Asia-US container rates ที่สูงขึ้นกระทบผู้นำเข้าในไทยโดยตรงหรือไม่

ผลกระทบโดยตรงคือค่าระวางเส้นทาง Asia-US แต่ต้นเหตุคือความแออัดที่ท่าเรือต้นทางในเอเชียตะวันออก ซึ่งเป็นจุดส่งออกร่วมของหลายเส้นทาง จึงมีผลทางอ้อมต่อ lead time ของสินค้าที่นำเข้ามาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

ความแออัดท่าเรือระดับนี้จะกินเวลานานแค่ไหน

ยังไม่มีข้อมูลที่ยืนยันกรอบเวลาชัดเจนจากแหล่งข่าว สิ่งที่ทำได้คือติดตามตัวเลข TEU ค้างท่าอย่างต่อเนื่องแทนการคาดเดา และวางแผนสำรองล่วงหน้าไว้ก่อน

ผู้ผลิตควรเปลี่ยนซัพพลายเออร์เพื่อหนีปัญหานี้หรือไม่

การเปลี่ยนซัพพลายเออร์ไม่ใช่คำตอบเดียว เพราะความแออัดกระทบทั้งอุตสาหกรรมเดินเรือในภาพรวม สิ่งที่ควบคุมได้จริงคือการบริหาร safety stock และเลือกช่องทางขนส่งที่ยืดหยุ่นกว่า

How DIC supports this

DIC ดำเนินโปรแกรม VMI ร่วมกับผู้ผลิตหลายรายเพื่อรองรับความผันผวนของ lead time จากสถานการณ์เดินเรือเช่นนี้ และมีช่องทางขนส่งผ่าน IBC drum เป็นทางเลือกเสริมนอกเหนือจากคิว ISO tank ที่ตลาดผูกขาดอยู่ในปัจจุบัน ทำให้การวางแผนสต๊อกมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในช่วงที่ท่าเรือแออัด หากต้องการปรึกษาเรื่องแผนสำรองวัตถุดิบสำหรับสูตรของคุณ ทีมงาน DIC ยินดีพูดคุยผ่านแบบฟอร์มติดต่อของเรา

บทความนี้มีให้อ่านใน English · Tiếng Việt English →Tiếng Việt →
แหล่งที่มา: Hellenic Shipping News (citing Linerlytica)