การเสริมคุณค่าคือการเติมสารอาหารลงในอาหารโดยไม่เปลี่ยนว่าอาหารนั้นคืออะไร ปัญหาทางวิศวกรรมจึงอยู่ที่ความคงตัว ไม่ใช่ตัวโภชนาการ
สารออกฤทธิ์ต้องทนกระบวนการผลิต คงความแรงตลอดอายุการเก็บ และไม่ทิ้งร่องรอยด้านสีหรือรส รูปเกลือและรูปแบบทางกายภาพคือตัวแปรที่ปรับได้ ส่วนตัวสารอาหารเองแทบไม่ใช่ส่วนที่ยาก
สิ่งที่เราจัดจำหน่าย
ธาตุเหล็กในรูป เฟอริกไพโรฟอสเฟต และ เฟอรัสฟูมาเรต, วิตามินรวมถึง B1, B5 / ดี-แคลเซียมแพนโทธีเนต, A และ C, แร่ธาตุอย่าง แมงกานีสกลูโคเนต, โครเมียมพิโคลิเนต และ ไตรแคลเซียมฟอสเฟต พร้อมด้วย โคเอนไซม์คิวเท็น
เราอธิบายว่าวัตถุดิบเหล่านี้คืออะไรและมีพฤติกรรมอย่างไรในสูตร ส่วนการกล่าวอ้างว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทำอะไรได้ เป็นเรื่องของผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับดูแล
สินค้าที่เราจัดจำหน่าย Ferric PyrophosphateFerrous FumarateVitamin B1 (Thiamine Hydrochloride)Vitamin B5 (Calcium D Pantothenate)D-Calcium PantothenateVitamin AVitamin CManganese GluconateChromium picolinateCoenzyme Q10Tricalcium Phosphate
โจทย์ของธาตุเหล็ก เกลือเหล็กที่ละลายน้ำได้เสริมคุณค่าได้ดีแต่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ทำให้สีเพี้ยนและเกิดกลิ่นรสแปลกปลอม เฟอริกไพโรฟอสเฟตทำปฏิกิริยาน้อยกว่ามาก จึงใช้ในเนื้อผลิตภัณฑ์ที่รับเกลือละลายน้ำไม่ได้ เนื้อผลิตภัณฑ์กำหนดรูปแบบ สารอาหารตัวเดียวกันมีพฤติกรรมต่างกันในเครื่องดื่ม ในผงแห้ง และในผลิตภัณฑ์ที่มีไขมันเป็นเฟสต่อเนื่อง การเอนแคปซูเลต ขนาดอนุภาค และรูปเกลือคือตัวแปรที่ทำให้ใช้ได้จริง แร่ธาตุ แมงกานีสกลูโคเนตและโครเมียมพิโคลิเนตให้ธาตุปริมาณน้อยในรูปที่จับกับกรดอินทรีย์ ส่วนไตรแคลเซียมฟอสเฟตเป็นได้ทั้งแหล่งแคลเซียมและสารช่วยการไหล การเผื่อและอายุการเก็บ วิตามินเสื่อมสลายตลอดอายุการเก็บ ระดับการเสริมจึงตั้งไว้สูงกว่าที่แจ้งบนฉลากตามข้อมูลความคงตัว การคำนวณส่วนนี้คือหัวใจของการคุยเชิงเทคนิค